ข้อบังคับสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม
ว่าด้วยการวัดผลประเมินผลการศึกษาระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี
พ.ศ. 2541
..................................


  โดยการที่เป็นการสมควรให้มีข้อบังคับสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม ว่าด้วยการวัดผลและประเมินผลระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี อาศัยอำนาจตามความ
ในข้อ 15 แห่ง ข้อบังคับคณะกรรมการสภาสถาบันราชภัฏ ว่าด้วยการประเมินผลการศึกษาระดับอนุปริญญาและปริญญาตรีของสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2541 จึงวางข้อบังคับ
ว่าด้วยการวัดผลและประเมินผลการศึกษาของสถาบันไว้ ดังต่อไปนี้

  ข้อ 1     ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม  ว่าด้วยการวัดผลและประเมินผลการศึกษาระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี พ.ศ. 2541"

  ข้อ 2    บรรดาข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใด ซึ่งขัดแย้งกับข้อบังคับนี้ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

  ข้อ 3    ให้ใช้ข้อบังคับนี้กับนักศึกษาภาคปกติและภาคพิเศษที่เข้าศึกษาตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2541 เป็นต้นไป

  ข้อ 4    ในข้อบังคับนี้
สถาบัน    หมายถึง    สถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม
อธิการบดี     หมายถึง    อธิการบดีสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม
คณะ    หมายถึง    คณะต่างๆ ในสังกัดสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม
คณบดี    หมายถึง    คณบดีคณะต่าง ๆ ในสังกัดสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม
คณะกรรมการประจำคณะ    หมายถึง    คณะกรรมการประจำคณะต่างๆ ในสังกัดสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม
นักศึกษาภาคปกติ    หมายถึง    นักศึกษาที่ศึกษาในสถาบันราชภัฏพิบูลสงครามในเวลาราชการ
นักศึกษาภาคพิเศษ    หมายถึง    นักศึกษาที่ศึกษาในสถาบันราชภัฏพิบูลสงครามนอกเวลาราชการ
   ข้อ 5    การวัดผลและประเมินผลการศึกษา

5.1 สถาบันจัดให้มีการวัดผลการศึกษาในรายวิชาที่นักศึกษาขอลงทะเบียนเรียนภาคการศึกษานั้น

การวัดผลอาจจะกระทำได้ระหว่างภาคการศึกษา ด้วยวิธีรายงานจากหนังสือที่ กำหนดให้อ่าน งานที่แบ่งกันทำเป็นหมู่คณะ การทดสอบระหว่าง
ภาคการศึกษา การเขียนภาคนิพนธ์ประจำลักษณะวิชาหรืออื่น ๆ และเมื่อสิ้นภาคการศึกษา ให้มีการสอบปลายภาคการศึกษา ในแต่ละลักษณะวิชาที่ศึกษาในภาคการศึกษานั้น
ทั้งนี้ให้มีคะแนนเก็บระหว่างภาคการศึกษาได้ไม่เกินร้อยละ 60 ของคะแนนทั้งหมด ที่อาจารย์ผู้สอนกำหนดตามโครงการสอนรายวิชานั้น
ลักษณะวิชาใดที่ไม่มีการสอบปลายภาคการศึกษา คณบดีจะประกาศให้ทราบ ก่อนกำหนดการสอบอย่างน้อยหนึ่งเดือน

5.2 นักศึกษาจะมีสิทธิ์ได้รับการวัดผลและประเมินผลในรายวิชาใด ที่เข้าชั้นเรียน อาจารย์ผู้สอนรายวิชานั้นจะต้องมีระบบการตรวจสอบเวลาการเรียน
ของนักศึกษาแต่ละคน
กรณีที่นักศึกษามีเวลาเรียนมากกว่าร้อยละ 60 แต่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด จะได้รับการวัดผลและประเมินผลรายวิชานั้น แต่ถ้านักศึกษา
มีเวลาเรียนน้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนทั้งหมด จะไม่ได้รับการวัดผลและประเมินผลในรายวิชานั้น
กรณีที่นักศึกษามีเวลาเรียนมากกว่าร้อยละ 60 แต่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด มีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอรับการวัดผลและประเมินผลรายวิชานั้น พร้อมทั้งแนบหลักฐานสำคัญประกอบต่อฝ่ายทะเบียนและวัดผล และการพิจารณาให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการประจำคณะ
นักศึกษาที่ไม่มีสิทธิ์ได้รับการวัดผลและประเมินผลในรายวิชาใด จะได้รับระดับคะแนนการเรียนขั้น "E" หรือ "F"

5.3 สถาบันใช้ระบบลำดับขั้นและค่าระดับคะแนนในการวัดผลและประเมินผล นอกจากรายวิชาที่กำหนดให้วัดและประเมินผลด้วยระดับการประเมิน "P" หรือ "F"

   ข้อ 6    ผู้มีสิทธิ์ได้รับการวัดผลและประเมินผลในรายวิชาใด แต่ขาดสอบปลายภาคการศึกษา ด้วยเหตุความจำเป็นสำคัญยิ่ง มีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอสอบรายวิชา
ที่ขาดสอบต่อฝ่ายทะเบียนและวัดผล และกระทำอย่างช้าที่สุดภายใน 15 วัน นับจากวันสุดท้ายของการสอบปลายภาคการศึกษานั้น และการพิจารณาให้อยู่ในดุลพินิจ
ของคณะกรรมการประจำคณะที่เป็นเจ้าของวิชานั้น

6.1 ในกรณีที่อนุญาตให้สอบนักศึกษาต้องสอบให้เสร็จสิ้นตามที่ฝ่ายทะเบียนและวัดผล และ/หรือ คณะกำหนด

6.2 ในกรณีที่ไม่อนุญาตให้สอบ หรืออนุญาตให้สอบแล้วนักศึกษาไม่มาสอบ หรือนักศึกษาไม่มาติดต่อขอยื่นคำร้องขอสอบตามที่ฝ่ายทะเบียนและวัดผล และ/หรือ คณะกำหนดให้นักศึกษาผู้นั้นได้รับผลการเรียนเป็น "E" หรือ "F"

   ข้อ 7    ให้มีการประเมินผลการเรียนในรายวิชาต่าง ๆ ตามหลักสูตร เป็น 2 ระบบ ดังนี้

7.1 ค่าระดับคะแนน แบ่งเป็น 8 ระดับ กำหนดสัญลักษณ์และค่าระดับคะแนนประเมินผลดังนี้

ระดับคะแนนผลการเรียน
ความหมายผลการเรียน
ค่าระดับคะแนน
A
ดีเยี่ยม
4.0
B+
ดีมาก
3.5
B
ดี
3.0
C+
ดีพอใช้
2.5
C
พอใช้
2.0
D+
อ่อน
1.5
D
อ่อนมาก
1.0
E
ตก
0.0

ระบบนี้ใช้สำหรับการประเมินรายวิชาที่เรียนตามหลักสูตร ค่าระดับคะแนนที่ถือว่าสอบได้ต้องไม่ต่ำกว่า "D" ถ้านักศึกษาได้ค่าระดับคะแนนในรายวิชาใดต่ำกว่า "D" ต้องลงทะเบียนและเรียนใหม่จนกว่าจะสอบได้ กรณีวิชาเลือกถ้าได้ค่าคะแนนต่ำกว่า "D" สามารถเปลี่ยนไปเลือกเรียนรายวิชาอื่นได้ แล้วให้เปลี่ยนคะแนนวิชาเลือกที่สอบตกนั้นเป็น "W" ส่วนการประเมินรายวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และรายวิชาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ถ้าได้ค่าระดับคะแนนต่ำกว่า "C" ถือว่าสอบตก นักศึกษาจะต้องลงทะเบียนและเรียนใหม่ ถ้าได้รับการประเมินต่ำกว่า "C" เป็นครั้งที่สอง ถือว่าหมดสภาพการเป็นนักศึกษา

7.2 ระบบไม่มีค่าระดับคะแนนกำหนดสัญลักษณ์การประเมินผล ดังนี้

ผลการศึกษา
ระดับการประเมิน
ผ่านยอดเยี่ยม
PD ( Pass with Distinction )
ผ่าน
P ( Pass )
ไม่ผ่าน
F ( Fail )

ระบบนี้ใช้สำหรับการประเมินรายวิชาที่หลักสูตรบังคับ ให้เรียนเพิ่มตามข้อกำหนดเฉพาะและรายวิชาที่สภาประจำสถาบันกำหนดให้เรียนเพิ่ม
รายวิชาที่ได้ผลประเมิน "F" นักศึกษาต้องลงทะเบียนและเรียนใหม่จนกว่าจะสอบได้

   ข้อ 8    สัญลักษณ์อื่น มีดังนี้

Au (Audit) ใช้สำหรับการลงทะเบียนเพื่อร่วมฟังโดยไม่นับหน่วยกิต

W (Withdraw) ใช้สำหรับการบันทึกหลังจากได้รับอนุมัติให้ถอนรายวิชานั้นก่อนกำหนดสอบปลายภาคการศึกษาไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ ซึ่งจะได้รับอนุมัติให้ถอนวิชาเรียนในกรณีที่นักศึกษาลาพักการศึกษา หรือถูกสั่งให้พักการศึกษาหลังจากลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษานั้นแล้ว

I (Incomplete) ใช้สำหรับบันทึกการประเมินที่ไม่สมบูรณ์ในรายวิชาที่นักศึกษายังทำงานไม่เสร็จเมื่อสิ้นภาคการศึกษา หรือขาดสอบปลายภาค
นักศึกษาที่ได้ "I" ต้องดำเนินการขอรับการประเมิน เพื่อเปลี่ยนระดับคะแนนให้เสร็จสิ้นในภาคการศึกษาถัดไป ดังนี้
(1) กรณีนักศึกษายังทำงานไม่เสร็จ ผู้สอนพิจารณาผลงานที่ค้างอยู่เป็นศูนย์ และ ประเมินผลการเรียนจากคะแนนที่มีอยู่แล้ว
(2) กรณีนักศึกษาขาดสอบปลายภาค ถ้าไม่สอบภายในภาคการศึกษาถัดไป นายทะเบียนจะเปลี่ยนผลการเรียนเป็น "E"

   ข้อ 9     รายวิชาที่ได้รับการยกเว้นการเรียน ตามระเบียบเกี่ยวกับการยกเว้นการเรียนให้ได้ผลการประเมิน "P"

   ข้อ 10     นักศึกษาที่เข้าศึกษาในหลักสูตรปริญญาตรี (หลังอนุปริญญา) จะลงทะเบียนเรียนรายวิชาซ้ำกับรายวิชาที่ศึกษามาแล้วในระดับอนุปริญญาไม่ได้
หากลงทะเบียนซ้ำให้เว้นการนับหน่วยกิต เพื่อพิจารณาวิชาเรียนครบตามหลักสูตรที่กำลังศึกษาอยู่

   ข้อ 11    การคิดค่าระดับคะแนนเฉลี่ย

ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยประจำภาคการศึกษา และค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ใด้คำนวณเป็นเลขทศนิยม 2 ตำแหน่ง โดยไม่ปัดเศษ และมีเกณฑ์คำนวณ ดังนี้

11.1 สำหรับรายวิชาที่มีผลการเรียน "I" "PD" "P" และ "F" ไม่นำหน่วยกิตมารวม เป็นตัวหารเฉลี่ย
11.2 กรณีที่สอบตกและต้องเรียนซ้ำ ให้นับรวมทั้งหน่วยกิตที่สอบตกและเรียนซ้ำ เพื่อใช้เป็นตัวหาร
11.3 กรณีที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนซ้ำกับรายวิชาที่สอบได้แล้ว หรือเรียนวิชาที่ ระบุไว้ในหลักสูตรที่เทียบเท่า ให้นับหน่วยกิตและค่าระดับคะแนน
เฉพาะรายวิชาที่ลงทะเบียนครั้งแรกเท่านั้น

   ข้อ 12     ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร

กรณีนักศึกษาภาคปกติ ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนทุกข้อดังนี้
(1) ต้องมีความประพฤติดี และมีคุณลักษณะตามที่สถาบันกำหนดโดยความเห็น ชอบของสภาประจำสถาบัน
(2) สอบได้ในรายวิชาต่าง ๆ ครบตามหลักสูตร รวมทั้งรายวิชาที่สถาบันกำหนด โดยการอนุมัติของสภาประจำสถาบัน
(3) ได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00
(4) มีเวลาเรียนไม่ต่ำกว่า 4 ภาคการศึกษาปกติ ในกรณีที่เรียนหลักสูตร 2 ปี และ ไม่ต่ำกว่า 7 ภาคการศึกษาปกติในกรณีที่เรียนหลักสูตร 4 ปี
(5) มีสภาพเป็นนักศึกษาไม่เกิน 8 ภาคการศึกษาติดต่อกัน ในกรณีทีเรียนหลัก สูตร 2 ปี และไม่เกิน 16 ภาคการศึกษาปกติติดต่อกัน
ในกรณีที่เรียนหลักสูตร 4 ปี

กรณีนักศึกษาภาคพิเศษ ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนทุกข้อ ดังนี้
(1) มีคุณสมบัติตามข้อ (1) (2) (3) ของกรณีเป็นนักศึกษาภาคปกติ
(2) มีเวลาเรียนไม่ต่ำกว่า 6 ภาคการศึกษา กรณีที่เรียนหลักสูตร 2 ปี และไม่ต่ำกว่า 12 ภาคการศึกษา กรณีที่เรียนหลักสูตร 4 ปี
(3) มีสภาพการเป็นนักศึกษาไม่เกิน 5 ปี กรณีที่เรียนหลักสูตร 2 ปี และไม่เกิน 9 ปี กรณีที่เรียนหลักสูตร 4 ปี

   ข้อ 13     การพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา

กรณีนักศึกษาภาคปกติ พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา เมื่ออยู่ในเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) ผลการประเมินได้คะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.60 เมื่อสิ้นภาคการศึกษาปกติ ภาคเรียนที่ 2 นับตั้งแต่วันที่เริ่มเรียน
(2) ผลการประเมินได้คะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.80 ในภาคการศึกษาปกติที่ 4, ที่ 6, ที่ 8, ที่ 10, ที่ 12 และที่ 14 นับตั้งแต่วันที่เริ่มเข้าเรียน
(3) นักศึกษาลงทะเบียนเรียนครบตามที่หลักสูตรกำหนด แต่ยังได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.80
(4) มีสภาพเป็นนักศึกษาของการศึกษาปกติครบ 8 ภาคการศึกษาปกติติดต่อกัน ในกรณีที่เรียนหลักสูตร 2 ปี และครบ 16 ภาคการศึกษาปกติ
ติดต่อกัน ในกรณีที่เรียนหลักสูตร 4 ปี และขาดคุณสมบัติตามข้อ (2) และ (3) ในการเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร
(5) นักศึกษาไม่ผ่านรายวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพและรายวิชาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพเป็นครั้งที่ 2

กรณีนักศึกษาภาคพิเศษ พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา เมื่ออยู่ในเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) ผลการประเมินได้คะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.80 เมื่อสิ้นภาคการศึกษาที่ 4 กรณีเรียนหลักสูตร 2 ปี และเมื่อสิ้นภาคการศึกษาที่ 7
กรณีเรียนตามหลักสูตร 4 ปี
(2) ลงทะเบียนเรียนครบตามหลักสูตรกำหนดแต่ยังได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ย สะสมต่ำกว่า 1.80

   ข้อ 14    เมื่อนักศึกษาเรียนได้จำนวนหน่วยกิตครบตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแล้ว และได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 1.80 แต่ไม่ถึง 2.00
ให้เลือกเรียนรายวิชาเพิ่มเติม เพื่อทำค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมให้ถึง 2.00 ทั้งนี้ต้องอยู่ในระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ 12 (5) กรณีนักศึกษาภาคปกติและ (3) กรณีนักศึกษาภาคพิเศษ หรือตามระยะเวลาที่กำหนดสภาพการเป็นนักศึกษาของการจัดการศึกษาภาคพิเศษนั้นๆ

   ข้อ 15    นักศึกษาที่ทุจริตหรือร่วมทุจริตในการสอบรายวิชาใด ให้นักศึกษาผู้นั้นได้รับผลการเรียน "E" ในรายวิชานั้น และสถาบันพิจารณาโทษตามควรแก่กรณี

   ข้อ 16    ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีจะได้รับเกียรตินิยม ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
16.1 สอบได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยจากระดับอนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือประกาศนียบัตรอื่นใดเทียบเท่า ไม่น้อยกว่า 3.60
และเรียนครบตามหลักสูตร ได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยจากการศึกษาในสถาบันราชภัฏไม่น้อยกว่า 3.60 จะได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยจากสถาบันเดิม และสถาบันราชภัฏแต่ละแห่งไม่น้อยกว่า 3.25 แต่ไม่ถึง 3.60 จะได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2
16.2 สอบได้ในรายวิชาใดๆ ไม่ต่ำกว่า C ตามระบบค่าระดับคะแนน หรือไม่ได้ F ตามระเบียบไม่มีค่าระดับคะแนน
16.3 มีเวลาเรียนไม่เกิน 4 ภาคเรียนปกติสำหรับหลักสูตร 2 ปี และไม่เกิน 8 ภาคเรียนปกติสำหรับหลักสูตร 4 ปี สำหรับนักศึกษาภาคปกติ หรือมีเวลาเรียนไม่เกิน 8 ภาคเรียน สำหรับหลักสูตร 2 ปี และไม่เกิน 14 ภาคเรียนสำหรับหลักสูตร 4 ปี สำหรับนักศึกษาภาคพิเศษ

   ข้อ 17    ให้คณะกรรมการประจำคณะกลั่นกรองการประเมินผลแต่ละรายวิชาของโปรแกรมวิชา และนำเสนอคณบดี เพื่ออนุมัติการประเมินผลรายวิชาที่เปิดสอนในแต่ละภาคการศึกษา

   ข้อ 18    ให้ที่ประชุมผู้บริหารสถาบันราชภัฏพิบูลสงครามเป็นผู้อนุมัติผลการศึกษา

   ข้อ 19    ให้อธิการบดี เป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด ในกรณีเกิดปัญหาจากการใช้ข้อบังคับนี้

  

    ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2541

 

พลเอก ศ ทิวะพันธ์
(ศิริ ทิวะพันธุ์)
นายกสภาประจำสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม

  

  

  


 

 

คำชี้แจงประกอบการใช้ข้อบังคับคณะกรรมการสภาสถาบันราชภัฏว่าด้วยการประเมินผลการศึกษา
ระดับอนุปริญญาและปริญญาตรีของสถาบันราชภัฏ
พ.ศ. 2541
.............................................

   อาศัยความตามข้อ 16 แห่งข้อบังคับคณะกรรมการสภาสถาบันราชภัฏว่าด้วยการประเมินผลการศึกษา ระดับอนุปริญญาและปริญญาตรีของสถาบันราชภัฏ
พ.ศ. 2541 ที่กำหนดให้เลขาธิการสภาสถาบันราชภัฏเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ และเป็นผู้ชี้ขาดในกรณีเกิดปัญหา

   เลขาธิการสภาสถาบันราชภัฏ โดยอาศัยข้อเสนอแนะของรองอธิการบดีสถาบันราชภัฏทุกแห่ง จึงจัดทำคำชี้แจงการใช้ข้อบังคับดังกล่าว และชี้ขาดกรณีเกิดปัญหาในการปฏิบัติของสถาบันราชภัฏ ดังนี้

ข้อความตามข้อบังคับ
คำชี้แจง
การศึกษาภาคพิเศษ (ในข้อบังคับนี้) การจัดการศึกษา ระดับอนุปริญญา ปริญญาตรี และปริญญาตรี (หลังอนุปริญญา)
ที่นอกเหนือจากการจัดการศึกษาในภาคปกติ
นักศึกษาภาคพิเศษ (ในข้อบังคับนี้) นักศึกษาทุกประเภทที่เรียนในระดับอนุปริญญา ปริญญาตรี
และปริญญาตรี (หลังอนุปริญญา) นอกจากนักศึกษาภาคปกติ
ข้อ 3
ให้ใช้ข้อบังคับนี้สำหรับนักศึกษาที่เข้าศึกษา
ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2541 เป็นต้นไป
นักศึกษาใหม่ที่เข้าศึกษาตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2541 ให้ใช้การประเมินผล
การศึกษานี้ ส่วนนักศึกษาเก่าที่เข้าศึกษาก่อนหน้านั้น แม้จะเรียนร่วมชั้นเรียนก็ตาม
ให้ใช้การประเมินผลการศึกษาตามข้อบังคับเดิม
ข้อ 4.1
กรณีวิชาเลือก ถ้าได้ค่าระดับคะแนนต่ำกว่า "D"
สามารถไปเลือกเรียนวิชาอื่นได้
1. ความหมายของวิชาเลือก คือ วิชาเลือกทุกรายวิชาที่กำหนดให้เลือก
ในหลักสูตร
2. ข้อความ "แล้วเปลี่ยนคะแนนวิชาเลือกที่สอบตกนั้นเป็น "W" เป็นข้อความ
ที่เกิดปัญหา เพราะสัญลักษณ์ W ที่ใช้จะเกิดความสับสนกับเงื่อนไขการใช้ W ในข้อ 5
ที่ไม่เกี่ยวกับการคิดคะแนนเฉลี่ยสะสม และเกิดความไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการสอบตก หรือการให้คะแนนระดับ D ที่เป็นเกณฑ์การให้เกียรตินิยม และให้สอดคล้อง
กับเจตนารมณ์ คือ ให้โอกาสเลือก เมื่อหลักสูตรเปิดให้เลือก และคิดผลการกระทำ
ที่ได้ปฏิบัติไปแล้วเหมือนกันทุกรายวิชา จึงถือให้ปฏิบัติ ดังนี้
1) ค่าระดับคะแนน E ให้คงไว้ไม่เปลี่ยนเป็น W และ
2) นำหน่วยกิตที่สอบตกรวมเป็นตัวหารในการคิดเกรดเฉลี่ยสะสม
ข้อ 5 วรรค 2 ความหมายของ W W (withdraw) ใช้สำหรับบันทึกในกรณีต่อไปนี้
1. หลังจากได้รับอนุมัติให้ถอนรายวิชานั้น ก่อนกำหนดการสอบปลายภาค
ไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ หรือ
2. ได้รับอนุมัติให้ถอนรายวิชาในกรณีที่นักศึกษาลาพักการศึกษา หรือ
3. นักศึกษาถูกสั่งให้พักการศึกษาหลังจากลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนนั้นแล้ว
ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหาในข้อ 4.1 ที่อธิบายไปแล้ว จึงไม่นำ
ข้อความ "และวิชาเลือกที่ได้รับอนุมัติให้ไปเรียนวิชาอื่นแทน" ในวรรคท้ายมารวมด้วย
ข้อ 8.1
กรณีที่สอบตกและต้องเรียนซ้ำ
กรณีที่สอบตก ทั้งวิชาเลือกและวิชาบังคับ ให้นำหน่วยกิตของรายวิชาที่สอบตกมาคิด
ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม
ข้อ 10.1 และ 10.2
การนับภาคเรียน
ให้นับภาคเรียนปกติ โดยรวมทั้งภาคเรียนที่มีการลาพักการเรียนด้วย เช่น ในข้อ 10.1 ของนักศึกษาเริ่มเรียนภารคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ลาพักการเรียน
ให้นับรวมภาคเรียนที่ 1 และที่ 2 ถ้าคะแนนต่ำกว่า 1.60 ให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา
ข้อ 10.5
การพ้นสภาพนักศึกษา
กรณีการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
ความหมายของกระบวนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ รวม "การเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ" ด้วย ดังนั้นการสอบรายวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ได้ค่าระดับคะแนนที่ต่ำกว่า C เป็นครั้งที่ 2 ถือว่าหมดสภาพการเป็นนักศึกษาด้วย
ข้อ 13
คุณสมบัติที่จะได้รับเกียรตินิยม
ของผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี
ปริญญาตรี หมายถึง ระดับปริญญาตรี 4 ปี หรือ ระดับปริญญาตรี (หลังอนุปริญญา)
กรณีศึกษาในหลักสูตร 4 ปี ต้องเรียนครบตามหลักสูตร ได้ค่าคะแนนเฉลี่ยจากการศึกษาไม่น้อยกว่า 3.60 จะได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 และได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 3.25 แต่ไม่ถึง 3.60 จะได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2
และจะต้องมีคุณสมบัติอื่นๆ ตามข้อ 13.2 , 13.3
กรณีศึกษาระดับปริญญาตรี (หลังอนุปริญญา) ต้องได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยตามเกณฑ์ ทั้งในระดับอนุปริญญาหรือเทียบเท่า และในระดับปริญญาตรี
(หลังอนุปริญญา)

 

วินิจฉัย ณ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2541

 

ทองอยู่ แก้วไทรฮะ
(นายทองอยู่ แก้วไทรฮะ)
เลขาธิการสภาสถาบันราชภัฏ

 

 

 


 

การให้ผลการเรียนของนักศึกษาที่เข้าเรียนก่อนปีการศึกษา 2541 และตั้งแต่ปีการศึกษา 2541

 

กรณีต่างๆ
ผลการเรียน
นักศึกษาเข้าก่อนปี 41
นักศึกษาที่เข้าตั้งแต่ปี 41
ผลการเรียนรายวิชาปกติที่มีค่าระดับคะแนน
ผลการเรียนรายวิชาปกติที่ไม่มีค่าระดับคะแนน
ก ข ค ง จ ( 5 ระดับ )
ผย ผ มผ
A B+ B C+ C D+ D E ( 8 ระดับ )
PD P F
นักศึกษาขาดสอบ ขส I
นักศึกษาส่งงานไม่ครบ งานไม่สมบูรณ์ I
นักศึกษาขาดเรียนเกิน 20% และไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสอบ E หรือ F
นักศึกษามีเวลาเรียนน้อยกว่า 60% E หรือ F
วิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
วิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ


ผย ผ มผ



ผลการเรียนปกติ A - E
ถ้าได้ต่ำกว่า C ต้องลงทะเบียนเรียนใหม่
ถ้าได้ต่ำกว่า C เป็นครั้งที่สอง
จะพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา
วิชาปรับพื้นวิชาที่กำหนดให้เรียนเพิ่มเติมตามข้อกำหนดเฉพาะ ผลการเรียนตามปกติ ก - จ PD P หรือ F
ลงทะเบียนเพื่อร่วมฟัง โดยไม่คิดหน่วยกิต Au