ระเบียบสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม
ว่าด้วยการเก็บเงินบำรุงการศึกษา และการจ่ายเงินเพื่อจัดการศึกษาภาคปกติ
พ.ศ. 2540

..............................

 

ด้วยสภาประจำสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม เห็นควรวางระเบียบสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม ว่าด้วยการเก็บเงินบำรุงการศึกษา และการจ่ายเงิน
เพื่อการจัดการศึกษาภาคปกติ พ.ศ. 2540 อาศัยอำนาจตามมาตรา 30(2) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 และข้อบังคับคณะกรรมการสภาสถาบันราชภัฏ
ว่าด้วยการบริหารงบประมาณและการเงินของสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2540 จึงวางระเบียบไว้ดังนี้

ข้อ 1   ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม ว่าด้วยการเก็บเงินบำรุงการศึกษา และการจ่ายเงินเพื่อจัดการศึกษาภาคปกติ
พ.ศ. 2540"

ข้อ 2   ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับกับนักศึกษาที่เข้าศึกษา ตามโครงการจัดการศึกษาภาคปกติ ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2540 เป็นต้นไป

ข้อ 3   บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง หรือประกาศอื่นใด ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ 4   ให้สถาบันเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษาและค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังนี้

4.1   ค่าบำรุงการศึกษาที่เรียกเก็บครั้งเดียว เมื่อขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา
1)   ค่าขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาใหม่ 200 บาท
2)   ค่าประกันของเสียหายทั่วไป 500 บาท

เงินค่าประกันของเสียหายไว้แยกบัญชีไว้ต่างหากเป็นบัญชีเงินฝากถอนคืนให้แก่นักศึกษาที่มิได้ทำทรัพย์สินของสถาบันเสียหาย
และต้องมายื่นคำร้องขอคืนภายใน 6 เดือน นับจากวันพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา หากนักศึกษาไม่มาถอนคืนภายในกำหนดดังกล่าว ให้สถาบันโอนเงินเข้าเป็นรายได้ของสถาบัน

4.2   ค่าบำรุงการศึกษาที่เรียกเก็บเป็นรายปี
1)   ค่าบำรุงกีฬา 200 บาท
2)   ค่าบำรุงห้องพยาบาลและบริการสุขภาพ 200 บาท
3)   ค่าประกันอุบัติเหตุ 100 บาท

4.3   ค่าบำรุงการศึกษาที่เรียกเก็บเป็นรายภาคเรียน
1)   ค่าบำรุงการศึกษา / สถาบัน 500 บาท
2)   ค่าบำรุงห้องสมุด 100 บาท
3)   ค่าธรรมเนียมพิเศษเพื่อการพัฒนาโปรแกรมวิชา ให้สถาบันกำหนด

4.4   ค่าธรรมเนียมการลงทะเบียนรายวิชา
1)   รายวิชาบรรยาย หน่วยกิตละ 100 บาท
2)   รายวิชาที่มีภาคปฏิบัติ หน่วยกิตละ 150 บาท

4.5   ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บตามรายการทุกครั้ง
1)   ค่าสมัครสอบคัดเลือกเข้าเรียนลำดับแรก 200 บาท
     และลำดับต่อไปไม่เกิน 100 บาท
2)   ค่าบัตรประจำตัวนักศึกษา 100 บาท
3)   ค่าธรรมเนียมการขอกลับคืนสภาพการเป็นนักศึกษา
      เพราะเหตุไม่ชำระค่าบำรุงการศึกษาตามข้อ 4.3(1) 200 บาท
      และให้จ่ายค่าบำรุงการศึกษา/สถาบัน ตามจำนวนภาคเรียนที่ค้างชำระด้วย
4)   ค่ารักษาสภาพนักศึกษาภาคเรียนละ 500 บาท
5)   ค่าปรับของหอสมุด กรณีนักศึกษาส่งสิ่งพิมพ์ที่ยืมล่าช้ากว่ากำหนด
      ให้เป็นไปตามประกาศสถาบัน
6)   ค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิต 300 บาท
7)   ค่าขึ้นทะเบียนอนุปริญญา หรือประกาศนียบัตร 100 บาท
8)   ค่าโอนเข้าเป็นนักศึกษาจากสถาบันอื่น 300 บาท
9)   ค่าถ่ายเอกสารต่างๆ ฉบับละ 20 บาท
10)  ค่าธรรมเนียมในการออกประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตรสำหรับนักศึกษา
      ที่ขอรับหลังจากวันที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วเกินกว่า 3 เดือน ฉบับละ 500 บาท
11)  ค่าปรับกรณีลงทะเบียนช้ากว่ากำหนด วันละ 50 บาท
12)  ค่าธรรมเนียมในการออกเอกสารต่างๆ นอกเหนือจากที่สถาบันจัดให้ ในกรณีปกติแล้ว
      เมื่อมาขอใหม่ ฉบับละ 50 บาท

ข้อ 5   ค่าบำรุงการศึกษาต่างๆ ที่เรียกเก็บจากนักศึกษาไว้แล้ว จะไม่คืนให้นักศึกษาไม่ว่ากรณีใดๆ เว้นแต่

5.1   กรณีนักศึกษาถอนการลงทะเบียนวิชาเรียนทั้งหมด หรือบางส่วน หรือจ่ายค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน ให้จ่ายค่าบำรุงการศึกษาตามข้อ 4.4(1) และ4.4(2) คืนแล้วแต่กรณี

5.2   ค่าประกันของเสียหายในข้อ 4.1(2) จะขอคืนจำนวนคงเหลือ เมื่อได้หักหนี้สินผูกพันที่ต้องชำระไว้แล้วภายหลังการพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา

5.3   กรณีที่สถาบันงดสอนรายวิชาใดๆ ให้จ่ายคืนค่าบำรุงการศึกษาตามข้อ 4.4 ของรายวิชานั้นๆ

ข้อ 6   ให้สถาบันจัดประกาศกำหนดวันชำระเงินค่าบำรุงการศึกษา นักศึกษาอาจจะผ่อนผันการชำระเงินลงทะเบียนได้ ภายใน 20 วัน นับตั้งแต่วันกำหนด
ลงทะเบียนนั้น

ข้อ 7   ให้อธิการบดีผ่อนผันชำระเงินช้ากว่าที่สถาบันกำหนดได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิการบดี แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน นับจากวันครบกำหนดตามข้อ 6
และต้องชำระค่าธรรมเนียมตามข้อ 4.5(11)

ข้อ 8   นักศึกษาผู้ใดไม่ชำระเงินเพื่อรักษาสภาพการเป็นนักศึกษา ก่อนวันเริ่มสอบปลายภาค ให้นักศึกษาผู้นั้นพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาของสถาบัน

ข้อ 9   ในกรณีที่นักศึกษาขอถอน เปลี่ยน หรือเพิ่มรายวิชาเรียน ต้องกระทำภายใน 15 วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียน

ในกรณีที่นักศึกษาขอลาออกจากสถาบันภายใน 20 วัน นับจากวันเปิดภาคเรียน ให้สถาบันอนุมัติจ่ายเงินค่าลงทะเบียนรายวิชาคืนได้

ข้อ 10   ให้สถาบันจ่ายเงินเพื่อจัดการศึกษาของสถาบัน โดยความเห็นชอบของสภาประจำสถาบัน ทั้งนี้ต้องไม่เกินร้อยละ 80 จากเงินที่เรียกเก็บในการนำเสนอขออนุมัติครั้งแรก

ข้อ 11   การเก็บและรักษาเงินบำรุงการศึกษาที่เรียกเก็บตามระเบียบนี้ ให้สถาบันปฏิบัติตามระเบียบของราชการ เว้นแต่สภาประจำสถาบันจะกำหนด
เป็นอย่างอื่น

ข้อ 12   ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการใช้ระเบียบนี้

 

ประกาศ ณ วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2540

 

สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์
(นายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์)
อุปนายกสภาประจำสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม