ข้อบังคับสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม
ว่าด้วย การศึกษาภาคฤดูร้อนสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี
พ.ศ. 2542

..............................

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 30(2) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 สภาประจำสถาบัน ในคราวประชุมครั้งที่ 10/2542
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2542 จึงวางข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อนสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1   ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม ว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อนสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2542"

ข้อ 2   ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2542 เป็นต้นไป

ข้อ 3   บรรดาข้อบังคับ คำสั่ง ประกาศ หรือระเบียบอื่นใด ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในข้อบังคับนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

ข้อ 4   ในข้อบังคับนี้

สถาบัน   หมายความว่า   สถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม

ภาคฤดูร้อน   หมายความว่า   ช่วงเวลาในการจัดการเรียนการสอนในระหว่างเวลาการปิดภาคการศึกษาที่ 2 ของปีการศึกษาเก่า จนถึงเวลาการเปิดภาคการศึกษาที่ 1 ของปีการศึกษาใหม่

ภาคเรียนหรือภาคการศึกษาปกติ   หมายความว่า   ช่วงเวลาในการจัดการเรียนการสอนในวันราชการตามปกติ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์
ในภาคการศึกษาที่หนึ่ง และภาคการศึกษาที่สอง ของแต่ละปี ตามระบบการศึกษาของข้อบังคับคณะกรรมการสภาสถาบันราชภัฏ ว่าด้วยเกณฑ์มาตรฐานระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี พ.ศ. 2539

"ทวีคาบ"   หมายความว่า   เวลาในการเรียนในหนึ่งสัปดาห์เป็นสองเท่าของเวลาที่หลักสูตรกำหนด

ข้อ 5   สถาบันจะดำเนินการเปิดภาคฤดูร้อนที่มีลักษณะการจัดการเป็นพิเศษ นอกเหนือไปจากการจัดการศึกษาในภาคการศึกษาปกติ
การลงทะเบียนวิชาเรียนในภาคฤดูร้อนของนักศึกษาภาคปกติ ไม่นับเป็นภาคการศึกษาปกติตามข้อบังคับของคณะกรรมการสภาประจำสถาบันราชภัฏ ว่าด้วยการประเมินผลการศึกษาระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี พ.ศ. 2541 และมีระยะเวลาการจัดการศึกษาประมาณ 8 สัปดาห์ โดยให้จัดเวลาการเรียนการสอนเป็นทวีคาบ
และมีชั่วโมงเรียนแต่ละรายวิชาให้เท่ากับภาคการศึกษาปกติ

ข้อ 6   การจัดการศึกษาภาคฤดูร้อน มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

6.1   เพื่อให้นักศึกษาของสถาบันที่มีปัญหาการเรียนรายวิชาในภาคการศึกษาปกติ ได้มีโอกาสปรับปรุงแก้ไขในรายวิชานั้น

6.2   เพื่อให้นักศึกษาของสถาบันและสถาบันการศึกษาอื่นได้มีโอกาสศึกษาเพิ่มขึ้นในรายวิชาที่ตนสนใจ

6.3   เพื่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกได้มีโอกาสให้การศึกษาแก่นักศึกษา

ข้อ 7   การเปิดสอนรายวิชาในภาคฤดูร้อน จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้

7.1   การเปิดสอนรายวิชาให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการประจำแต่ละคณะ และคณะกรรมการวิชาการ
ของสถาบัน

7.2   มีจำนวนผู้ลงทะเบียนในแต่ละรายวิชาไม่น้อยกว่า 25 คน กรณีต่ำกว่าให้คณะกรรมการวิชาการของสถาบันพิจารณาและอนุมัติก่อนทำการเปิดสอน

ข้อ 8   การลงทะเบียน การเพิ่ม และถอนรายวิชา การวัดและประเมินผลการศึกษา และการเสนอให้ได้รับปริญญา ให้เป็นไปตาม
ข้อบังคับสถาบันราขภัฏพิบูลสงคราม ว่าด้วย การวัดและประเมินผลการศึกษาระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี พ.ศ. 2541 และข้อบังคับคณะกรรมการสภาสถาบันราชภัฏ
ว่าด้วยการออกหลักฐานแสดงผลการศึกษา พ.ศ. 2538

ข้อ 9   การลงทะเบียนเรียน นักศึกษาคนหนึ่งจะลงทะเบียนวิชาเรียนได้ไม่เกิน 9 หน่วยกิต หรือไม่เกิน 3 รายวิชา

ข้อ 10   การดำเนินการสอน อาจารย์ผู้สอนคนหนึ่งจะสอนได้ไม่เกิน 12 คาบต่อสัปดาห์ หรือ ไม่เกิน 6 หน่วยกิต

ข้อ 11   การเปิดรายวิชาที่มีลักษณะพิเศษ คณะจะต้องขออนุมัติต่อคณะกรรมการวิชาการก่อนทำการสอน ได้แก่

11.1   รายวิชาซึ่งอยู่ในแผนการศึกษาปกติที่นักศึกษามีปัญหาต้องเรียนปรับปรุงแก้ไขในรายวิชานั้น

11.2   รายวิชาที่ไม่เคยทำการเปิดสอนมาก่อนในภาคการศึกษาปกติ ของปีการศึกษาเดียวกัน

11.3   รายวิชาในลักษณะอื่นๆ ที่คณะมีเหตุผลและความจำเป็นจะต้องเปิดสอนในภาคฤดูร้อน เช่น รายวิชาที่ขาดแคลนผู้สอน และที่จำเป็นต้องเชิญ
ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมาสอน เป็นต้น

ข้อ 12   ให้นำข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศต่างๆ ในภาคการศึกษาปกติมาใช้โดยอนุโลม และให้อธิการบดีมีอำนาจประกาศและกำหนดวิธีการดำเนินการ
ตามความจำเป็น

ข้อ 13   ในกรณีอื่นใด นอกเหนือจากที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิการบดีที่จะอนุมัติเป็นกรณีไป

ข้อ 14   ให้อธิการบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้

 

ประกาศ ณ วันที่ พฤศจิกายน พ.ศ. 2542

 

พลเอก ศิริ ทิวะพันธุ์
(ศิริ ทิวะพันธุ์)
นายกสภาประจำสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม

 

 


 

 

แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเปิดภาคฤดูร้อน

 

1.   การเปิดสอนภาคฤดูร้อน ให้ดำเนินการเป็นไปตามข้อบังคับสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม ว่าด้วยการจัดการศึกษาภาคฤดูร้อน พ.ศ. 2542

2.   การจัดตารางเรียนและเวลาสอน

2.1   รายวิชาบรรยายใช้เวลาสอนคาบละ 1.4 ชั่วโมง ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์

2.2   รายวิชาที่มีปฏิบัติการทดลองใช้เวลาคาบละ 1.4 ชั่วโมง

2.3   จุดเริ่มต้นสอน

2.1   วิชาบรรยาย ใช้จุดเริ่มต้นสอนเวลา 8.20   10.10   11.50  13.00   14.40   16.20 น.

2.2   วิชาที่มีการปฏิบัติทดลอง ใช้จุดเริ่มต้นสอน เวลา 13.00 - 17.00 น.

3.   รายวิชาที่ยังไม่ได้รับการพิจารณาให้เปิดสอน จะดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนส่งชื่อไปในตารางสอน

4.   การเสนอรายวิชาที่จะเปิดสอน คณะจะต้องแนบข้อมูลจำนวนนักศึกษาที่จะเรียนมาประกอบการพิจารณา ซึ่งจะดำเนินการภายในเดือนพฤศจิกายน

5.   คณะพิจารณาจัดอาจารย์สอนตามตารางสอนฉบับคอมพิวเตอร์ สำนักส่งเสริมวิชาการ ส่งไปให้จำนวน 2 ชุด หรือส่งฉบับจริงคืนสำนักส่งเสริมวิชาการ
ภายในเดือนธันวาคม และหากมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดต่างๆ ให้ทำบันทึกแจ้งที่สำนักส่งเสริมวิชาการ อย่างช้าภายใน 30 มกราคม

6.   การเปลี่ยนแปลงเวลาสอน ห้องเรียน เวลาสอบ จากที่พิมพ์ไว้ในตารางการเรียนการสอน (พส.สกว.x.) ต้องทำบันทึกขออนุมัติจากสถาบัน

7.   การบริหารจัดการ

สถาบันจัดให้มีคณะกรรมการระดับสถาบัน ระดับคณะ และผู้ปฏิบัติงานเฉพาะกิจ เพื่อดำเนินการจัดการศึกษาภาคฤดูร้อน องค์ประกอบของ
คณะกรรมการต่างๆ ข้างต้น สถาบันกำหนดตามความจำเป็น

8.   ค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอน

เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารงบประมาณและการเงินกำหนด โดยความเห็นชอบของสภาประจำสถาบัน รายการที่นำมาพิจารณา ได้แก่

8.1   สมทบเป็นกองทุนรายได้สถาบัน ตามระเบียบสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม ว่าด้วยกองทุนเงินรายได้ พ.ศ. 2541 ร้อยละ 2 ของรายรับ

8.2   จ่ายเป็นค่าตอบแทนการปฏิบัติงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น

8.2.1   ค่าตอบแทนอาจารย์ผู้สอน และควบคุมปฏิบัติการทดลอง

8.2.2   ค่าตอบแทนผู้ช่วยปฏิบัติการทดลอง

8.2.3   ค่าตอบแทนอาจารย์ที่ปรึกษา

8.2.4   คณาจารย์ ข้าราชการและลูกจ้าง ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานเฉพาะกิจเป็นครั้งคราว ให้ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายวัน

8.2.5   เป็นเงินสวัสดิการในลักษณะเหมาจ่ายแก่ส่วนราชการในสถาบัน เช่น คณะ สำนักวิทยบริการ สำนักส่งเสริมวิชาการ
สำนักงานอธิการบดี เป็นต้น และต้องไม่เกินวงเงินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

8.2.6   ค่าวัสดุ ครุภัณฑ์ สำหรับการบริหารในภาคฤดูร้อนให้มีการจ่าย

8.2.7   ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็น และอธิการบดีเห็นชอบให้มีการจ่าย

ทั้งนี้ การจ่ายตามข้อ 8.2.1   8.2.7 ต้องคำนึงถึงรายได้ที่ได้รับ และไม่เกินอัตราที่กำหนด

9.   เงินเหลือจากรายรับค่าลงทะเบียนหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ให้นำสมทบเป็นรายได้ของสถาบัน หรือจัดสรรเป็นเงินรายได้ของคณะ